เปิดรายได้นัก TikToker ว่ามาจากไหนกันบ้าง
เนื่องจากแอพ TikTok เปิดทางให้เจ้าของช่องสามารถสร้างรายได้ได้ง่ายๆ แล้วทราบหรือไม่ว่ารายได้ที่ได้รับนั้นมีแบบไหนอย่างไรกันบ้าง ตามรายละเอียดที่จะอธิบายดังต่อไปนี้
1.การได้รับของขวัญจากผู้เข้าชม ซึ่งสามารถแบ่งรายได้จากของขวัญที่ได้รับเป็น 2 แบบ คือ
1.1 เมื่อทำการไลฟ์สดแล้วมีผู้เข้าชมถูกใจในสิ่งที่ไลฟ์อยู่นั้น จึงส่งของขวัญให้เป็นสัญลักษณ์ต่างๆ เช่น อมยิ้ม ลูกโป่ง ดอกไม้ หรือหัวใจ โดยสัญลักษณ์เหล่านี้จะมีมูลค่าในตัวเอง ซึ่งแต่ละแบบจะมีมูลค่าไม่เท่ากันแยกย่อยตามราคา จึงทำให้มีรายได้จากการเก็บของขวัญเหล่านี้
เงื่อนไขสำคัญ : จะได้เงินจากการไลฟ์สดนี้ ต้องมีผู้ติดตาม 1,000 คนขึ้นไป และผู้ติดตาม (follower) ต้องมีอายุมากกว่า18 ปี จึงสามารถสร้างไลฟ์สดเพื่อพูดคุยกับผู้ติดตามของช่องตนเองได้
1.2 จัดทำคลิปวิดีโอ ซึ่งช่องทางนี้ก็ทำให้เกิดรายได้เช่นกัน หากมีคนกดส่งของขวัญให้ รายได้จากการทำคลิปวิดีโอ สามารถใช้ได้เฉพาะบัญชีทั่วไป แต่บัญชีธุรกิจทำไม่ได้
เงื่อนไขสำคัญ : TikToker สามารถใช้งานโหมดวิดีโอของขวัญได้ ก็ต่อเมื่อมีผู้ติดตาม 1 แสนคน และมีอายุมากกว่า 18 ปี รวมถึงต้องใช้ Account นี้เป็นเวลา 30 วันต่อเนื่อง
ทั้งนี้ทั้งนั้นเมื่อมีการสะสมของขวัญครบตามจำนวนที่ทางแอพ TikTok กำหนดไว้ สามารถกดโอนเข้าสู่บัญชีของตนเองเป็นเงินสดจริงได้ ซึ่งเงินที่ถอนจากแอพ TikTok ทางแอพ TikTok ไม่มีการเรียกเก็บภาษี แต่ทุกสิ้นปีให้นำไปรวมเป็นรายได้ เพื่อชำระภาษี TikTok ให้กับทางสรรพากรด้วย
2.รายได้ในรูปแบบค่าคอมมิชชั่น ซึ่งจะได้ค่าคอมมิชชั่นก็ต่อเมื่อเพื่อนที่แนะนำเข้ามาเล่นในแอพ TikTok ตามจำนวนวันที่กำหนดเป็นเวลามากกว่า 10 นาทีต่อวัน สูงสุดคือ 14 วัน ถ้าเล่นครบจึงจะได้รับค่าแนะนำ และเมื่อถอน TikTok Rewards เข้าบัญชีตนเองแล้ว จะต้องนำไปรวมเป็นรายได้เพื่อชำระภาษีประจำปีด้วยเช่นกัน
3.TikToker ที่ผลิตและเป็นเจ้าของสินค้าเอง และมีแบรนด์สินค้าเป็นของตัวเอง สามารถใช้ TikTok ในการ
4.โปรโมต ประชาสัมพันธ์สินค้าของตัวเองได้
5.เมื่อมีผู้ติดตามเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่จะมีการรับงานรีวิวด้วย โดยการรีวิวสินค้าให้กับแบรนด์ต่างๆ และได้รับเงินค่าสปอนเซอร์จากแบรนด์นั้นๆ ซึ่งรายได้ก็ขึ้นอยู่กับชื่อเสียง และการตลาดของแต่ละคนด้วย เช่น หากหน้าตาดีหรือดัง ก็จะมีสินค้าติดต่อเข้ามาให้รีวิวเยอะ อาจมีการตกลงกันว่า 1,000 ไลค์ ค่ารีวิว 10,000 บาท เป็นต้น
6.สามารถนำลิงก์สินค้าจากแบรนด์ดังมาโปรโมตให้ได้ แล้วได้รับเป็นค่าคอมมิชชั่นในการโปรโมตสินค้าจากแบรนด์นั้นๆ ยิ่งส่งคนไปซื้อสินค้าได้มากเท่าไร ก็จะได้ค่าคอมมิชชั่นที่สูงขึ้น
7.TikToker สามารถหารายได้ได้ทั้งผู้ขายสินค้าและครีเอเตอร์ ในส่วนของผู้ขายสินค้าสามารถนำสินค้าเข้าไปวางขายใน TikTok Shop ได้เลย ส่วนครีเอเตอร์ก็สามารถทำได้เช่นกัน โดยการเข้าร่วมเป็นครีเอเตอร์ของ Shop Seller จะทำรายได้ได้จากการนำสินค้าของผู้ขายใน TikTok Shop เอามาแนะนำ ถ้าแนะนำได้จะได้รับค่าแนะนำ หรือคอมมิชชั่นนั่นเอง
นัก TikToker เสีย ภาษี TikTok อย่างไรบ้าง
อย่างที่ทราบแล้วว่า TikToker สามารถสร้างรายได้จากหลายช่องทางที่กล่าวไว้ข้างต้นนั้น จะต้องนำรายได้ที่ได้รับทุกช่องทางมายื่นภาษีแยกตามประเภทตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งสามารถแยกตามประเภทของรายได้ที่ได้รับดังนี้
- นัก TikToker ต้องทราบว่ารายได้ที่ได้รับเกิดจากการทำอะไรบ้าง (สามารถเทียบจากข้อมูลด้านบนได้) เช่น ค่าคอมมิชชั่น ค่าจ้างทั่วไป แบบนี้เป็นต้น ซึ่งรายได้เหล่านี้จะจัดเป็นเงินได้ประเภทที่ 2 [เงินได้ 40(2)] สามารถหักแบบเหมา 50% แต่เมื่อรวมหักค่าใช้จ่ายจากเงินประเภทที่ 1 และประเภทที่ 2 แล้ว ต้องไม่เกิน 100,000 บาท
- การขายของออนไลน์ ได้ของขวัญจากการไลฟ์สด ได้ของขวัญจากการทำคลิปวิดีโอ ขายสินค้าแบรนด์ตัวเอง TikTok Shop จัดเป็นเงินได้ประเภทที่ 8 [เงินได้ 40(8)] หักแบบเหมา 60% หรือหักตามจริง (ยกเว้นกรณีการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาโดยทางอื่นที่ไม่ได้มุ่งหากำไร)
นัก TikToker เสีย ภาษี TikTok ตามเงื่อนไขใดบ้าง
ส่วนใหญ่นัก TikToker จะเสียภาษีในนามบุคคลธรรมดา โดยสิ่งที่ต้องคำนึงถึงหลังจากมีรายได้เข้ามา คือต้องประเมินเบื้องต้นก่อนว่ารายได้ที่ได้รับมามากน้อยแค่ไหน ซึ่งสำหรับภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ผู้ที่มีรายได้รวมทั้งหมดทุกช่องทางเกิน 120,000 บาท และถ้ามีเงินได้สุทธิ 150,000 บาทขึ้นไป จะต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยแบบฟอร์มที่ใช้ยื่นแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ ภ.ง.ด.91 ผู้มีรายได้จากเงินเดือนเพียงอย่างเดียว และ ภ.ง.ด.90 สำหรับผู้มีรายได้อื่นๆ ที่นอกเหนือจากเงินเดือน
ส่วนการยื่นภาษีให้แยกจากรายได้ที่ได้รับตามประเภทเงินได้พึงประเมิน จากนั้นนำรายได้หักลบด้วยค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน จึงนำมาคูณกับอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภาษีก้าวหน้า) ซึ่ง TikToker มีหน้าที่ต้องยื่นภาษีประจำปีทุกปี
ข้อแนะนำ : เมื่อใดก็ตามที่ TikToker มีรายได้เข้ามาจำนวนมาก จนไม่สามารถจัดเก็บเอกสารได้ครบถ้วน ตรวจสอบรายได้ไม่ทั่วถึง ซึ่งตรงนี้ทำให้เกิดข้อผิดพลาดได้ง่าย และอาจโดนตรวจสอบย้อนหลังจากกรมสรรพากรด้วย ทั้งนี้ทั้งนั้นควรพิจารณาจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล พร้อมใช้บริการรับทำบัญชีตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด เพื่อลดความผิดพลาดจากการทำบัญชีจำนวนมาก
ทั้งหมดทั้งมวลจากที่กล่าวมาข้างต้นนั้น อาจจะช่วยนัก TikToker ได้ไม่มากก็น้อย โดยเฉพาะเรื่อง ภาษี TikTok ที่ควรคำนึงถึงว่าเรามีหน้าที่ต้องยื่นแบบเพื่อแสดงรายได้ทุกๆ ปี เพื่อลดความเสี่ยงการถูกเรียกจากกรมสรรพกร

